button.gif

หมวดที่ ๑

ความทั่วไป

          ข้อ ๑.  สมาคมนี้ชื่อว่า “สมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” มีชื่อย่อภาษาไทยว่า “สมศ.”

          ข้อ ๒.  เครื่องหมายของสมาคมคือ รูปฉัตรห้าชั้นอยู่ส่วนบน ส่วนกลางเป็นอักษรย่อคำว่า “สมศ.”
                    อยู่ในลักษณะวงกลม ส่วนล่างเป็นชื่อของสมาคม ซึ่งมีช่อชัยพฤกษ์ ประกอบอยู่ทั้ง ๒ ข้าง

          ข้อ ๓.  สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ที่  ๔๒๐/๓  ถนนราชวิถี  เขตราชเทวี  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐  

          ข้อ ๔.  วัตถุประสงค์ของสมาคม  คือ
               ๔.๑  เทิดทูนและธำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
               ๔.๒  เสริมสร้างเกียรติ เสริมสร้างความสามัคคี ส่งเสริมสวัสดิการ  เพิ่มพูนความรู้ และอื่นๆ เพื่อสมาชิก
               ๔.๓  ช่วยเหลือและสนับสนุนในการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ  ตลอดจน
                       ประกอบกิจการกุศลสาธารณะ และดำเนินงานอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนรวม
               ๔.๔  ประกอบการงาน หรือร่วมการงาน หรือสมทบกับบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทางสมาคม
                       และให้การดำเนินงานของสมาคมบรรลุผลตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
               ๔.๕ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
               ๔.๖  ไม่มีนโยบายจัดตั้งโต๊ะบิลเลียดเพื่อเล่นการพนัน
               ๔.๗ ไม่มีนโยบายหาผลกำไรแบ่งปันกัน

หมวดที่ ๒

สมาชิก

          ข้อ ๕.  สมาชิกของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ
               ๕.๑  สมาชิกสามัญ ต้องเป็นภรรยาของผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก หรือสตรี
                       ที่ปฏิบัติงาน  ในองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และให้รวมถึงภรรยาของผู้ที่เคยปฏิบัติงานหรือสตรี
                       ที่เคยปฏิบัติงานในองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกด้วย
              ๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ได้แก่ผู้ทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิรือผู้มีอุปการะคุณรือผู้ที่ทำประโยชน์ ให้แก่ สมาคม
                   เป็นพิเศษซึ่งคณะกรรมการเชิญเข้าเป็นสมาชิก

          ข้อ ๖.   ผู้ประสงค์เป็นสมาชิกสามัญต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน  โดยมีสมาชิกสามัญรับรอง
                    เมื่อได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการบริหารและชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแล้ว  จึงจะเป็นสมาชิก
                   ของสมาคมโดยสมบูรณ์

          ข้อ ๗.  ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
              ๗.๑  สมาชิกสามัญ  จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก  คนละ                              ๒๐.-    บาท
                                         ค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ                                          ๕๐.-    บาท
                                         หรือค่าบำรุงตลอดชีพชำระครั้งเดียว                                 ๕๐๐.-    บาท

             ๗.๒  สมาชิกกิตติมศักดิ์    มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

          ข้อ ๘.  สมาชิกของสมาคมมีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมและได้รับประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคม
                    จะอำนวยให้ได้ ตามวัตถุประสงค์ในข้อบังคับ

          ข้อ ๙.  สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์  ข้อบังคับ  ระเบียบของสมาคม  พร้อมทั้งต้องรักษาคุณธรรม
                   ความดีงาม  เชิดชูเกียรติของสมาคมทุกวิถีทาง

          ข้อ ๑๐. สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเกลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการตามข้อบังคับ
                     ของสมาคมนี้และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ  ๑  คะแนนเสียง

          ข้อ ๑๑. สมาชิกภาพ  สิ้นสุดลงเมื่อ
             ๑๑.๑   ตาย
             ๑๑.๒   ลาออก
             ๑๑.๓   ขาดคุณสมบัติสมาชิก
             ๑๑.๔  ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารลงมติให้ออกโดยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของที่ประชุม  เพราะเหตุสมาชิก
                       ผู้นั้นประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง  หรือกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสมาคม  หรือทำความเสียหายหรือ
                       สร้างความเสื่อมเสียแก่สมาคม  หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมอย่างร้ายแรง

หมวดที่ ๓

คณะกรรมการบริหาร

          ข้อ ๑๒.  ให้มีกรรมการบริหารขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน แต่ไม่เกิน ๓๐ คน ได้แก่ นายกสมาคม
                       อุปนายกคนที่ ๑ อุปนายกคนที่ ๒  เลขานุการ  เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ สวัสดิการ
                       หาทุนและตำแหน่งอื่นๆตามแต่ คณะกรรมการบริหารจะเห็นสมควร  

          ข้อ ๑๓  ให้ภริยาผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นนายกสมาคมฯและภริยารองผู้อำนวยการ
                      องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นอุปนายกคนที่ ๑ และภริยาผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์
                      ทหารผ่านศึก เป็นอุปนายกคนที่ ๒  โดยตำแหน่ง  

                    ในกรณีที่ภริยาผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกไม่มี  หรือมีแต่ไม่สามารถรับตำแหน่ง  หรือ
            ไม่ยอมรับตำแหน่งนายกสมาคม  ให้อุปนายกคนที่ ๑  ทำหน้าที่เป็นนายกสมาคมแทน  จนกว่าจะมีภริยา
            ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  เข้ารับตำแหน่ง  ตามความในวรรคแรก

                    ในกรณีที่ไม่มีภริยารองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  หรือมีแต่ไม่สามารถรับตำแหน่ง
           หรือไม่ยอมรับตำแหน่งอุปนายกคนที่ ๑  ให้อุปนายกคนที่ ๒  ทำหน้าที่เป็นอุปนายกคนที่ ๑ แทน จนกว่า
           จะมีภริยารองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  เข้ารับตำแหน่ง  ตามความในวรรคแรก

                    ในกรณีที่ไม่มีภริยาผู้อำนวยการ  ภริยารองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกหรือ
           มีแต่ไม่สามารถรับตำแหน่ง  หรือไม่ยอมรับตำแหน่งนายกสมาคม  อุปนายกคนที่ ๑ ให้อุปนายกคนที่ ๒
          ทำหน้าที่เป็นนายกสมาคมแทน จนกว่าจะมีภริยาผู้อำนวยการ  ภริยารองผู้อำนวยการองค์การ
          สงเคราะห์ทหารผ่านศึก  เข้ารับตำแหน่ง  ตามความในวรรคแรก

                     ในกรณีที่ไม่มีภริยาผู้อำนวยการ  ภริยารองผู้อำนวยการและภริยาผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์
           ทหารผ่านศึก ทั้ง ๓ คน  หรือมีแต่ไม่สามารถรับตำแหน่ง  หรือไม่ยอมรับตำแหน่ง  ทั้ง ๓ คน  ให้ที่ประชุม
           คณะกรรมการบริหารแต่งตั้ง  กรรมการ  ทำหน้าที่เป็นนายกสมาคม  ๑  คน  และอุปนายก อีก  ๒  คน  แทน
           จนกว่าจะมีภริยาผู้อำนวยการ ภริยารองผู้อำนวยการ หรือภริยาผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์-
           ทหารผ่านศึก  เข้ารับตำแหน่ง  ตามความในวรรคแรก

         ข้อ ๑๔.  ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งอื่นๆ มีจำนวน ๑๓ คน ของจำนวนกรรมการ
                    ตามข้อ ๑๒ จำนวน  กรรมการที่เหลือให้นายกสมาคม เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง
                    อาจได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้     ถ้ากรรมการตำแหน่งใดว่างลงก่อนครบกำหนด
                    ก็ให้เลือกตั้งกรรรมการใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลงให้ครบจำนวนที่  จดทะเบียนไว้กรรมการ
                    ที่แต่งตั้งขึ้นใหม่นี้ ให้ดำรงตำแหน่งได้เท่ากับระยะเวลาผู้ซึ่งตนแทน

                      ถ้าการแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ก็ให้
          กรรมการที่ครบกำหนด คงทำหน้าที่กรรมการไปพลางก่อน  จนกว่าการแต่งตั้งกรรมการใหม่แล้วเสร็จ

         ข้อ ๑๕.  กรรมการในข้อ ๑๓ ให้เรียกกรรมการบริหาร  และมีอายุตามตำแหน่งของสามีที่ดำรงตำแหน่งอยู่
                     ในองค์การสงเคราะห์  ทหารผ่านศึก  กรรมการในข้อ ๑๔  ส่วนซึ่งได้มาจากการเลือกตั้ง  ให้ดำรง
                     ตำแหน่งมีอายุ๒ปีกรรมการอีกส่วนที่ได้มา  จากการแต่งตั้งโดยนายกสมาคม นั้นให้ดำรงตำแหน่ง
                     โดยมีอายุตามระยะเวลาของนายกสมาคม

         ข้อ ๑๖.  คณะกรรมการบริหาร อาจพิจารณาแต่งตั้งสมาชิกเป็นผู้ช่วยกรรมการ ตามจำนวนซึ่งคณะ
                     กรรมการบริหารเห็นสมควร และมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง หรือหลายคณะ
                     เพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของสมาคมภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหาร

         ข้อ ๑๗.  คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของสมาคม ตามวัตถุประสงค์
                     และภายใต้ข้อบังคับนี้ตลอดจน  ตราระเบียบใด ๆ  ได้  โดยไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับของสมาคมนี้

         ข้อ ๑๘. นายกสมาคม มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคม บริหารกิจการทั้งปวงในนามของสมาคม
                     เป็นผู้แทนของสมาคม  ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก  มีหน้าที่เรียกประชุมใหญ่
                     ประชุมคณะกรรมการบริหารเป็นประธานในการประชุม  ทุกครั้ง  แต่งตั้ง  ถอดถอน  กรรมการ
                     เจ้าหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร

         ข้อ ๑๙.  อุปนายกคนที่ ๑  อุปนายกคนที่ ๒  มีหน้าที่ช่วยเหลือนายกสมาคม ในการปฏิบัติหน้าที่
                    และการบริหารงานของสมาคม  หรือปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคม  เมื่อนายกสมาคม
                    ไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

         ข้อ ๒๐.  เลขานุการ มีหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและประสานงานของสมาคมทั้งหมด และปฏิบัติกิจการ
                     เฉพาะอย่างตามที่นายกสมาคมมอบหมาย  ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการ
                     ประชุมคณะกรรมการบริหารและประชุมใหญ่ของสมาคม

         ข้อ ๒๑.  ให้เหรัญญิก  มีหน้าที่รับผิดชอบ  ควบคุมการรักษาทรัพย์สินและการเงินของสมาคม
                     จัดทำบัญชี การเงิน การรับ   การจ่ายใบสำคัญ และหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน
                     และเก็บรักษาเอกสารหลักฐานทางการเงินการบัญชีตั๋วเงิน และตราสารใบสำคัญ
                     การจ่ายเงินต้องได้รับอนุมัติจากนายกสมาคม หรืออุปนายกคนที่ ๑  หรืออุปนายก
                     คนที่ ๒ ก่อน และต้องเก็บหลักฐานเพื่อตรวจสอบได้ทุกขณะ   ให้เหรัญญิกเก็บรักษา
                     เงินสดได้ไม่ไเกิน  ๑๐,๐๐๐.- บาท  หากมีเกินกว่าจำนวนนี้ให้ฝากไว้กับธนาคาร  
                     ซึ่งคณะกรรมการบริหารกำหนดในนามของสมาคม  การเบิกจ่ายเงินจากธนาคาร
                     ต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรืออุปนายก  คนที่ ๑  หรืออุปนายกคนที่ ๒
                     ลงนามร่วมกับเหรัญญิก  ลงนามเบิกจ่ายทุกครั้ง

         เหรัญญิก  ต้องรับผิดชอบ และจัดทำทะเบียนทรัพย์สินของสมาคม ซึ่งจัดหามาเอง มีผู้บริจาค
  หรือมอบให้เป็นของสมาคม การจำหน่ายโอนทรัพย์สินใด ๆ ก็ดี  ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุม
  คณะกรรมการบริหาร

           ข้อ ๒๒. นายทะเบียน  มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม  ประสานงานกับ
                      เหรัญญิก ในการเรียกเก็บเงิน   ค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

           ข้อ ๒๓. นายกสมาคม หรืออุปนายกคนที่ ๑ หรืออุปนายกคนที่ ๒  มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้
                       คราวละไม่เกิน ๓๐,๐๐๐.-บาท ถ้าเกินกว่าจำนวนดังกล่าว ต้องได้รับอนุมัติจาก
                       คณะกรรมการบริหารโดยเสียงข้างมาก

           ข้อ ๒๔  ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งสมาชิก หรือบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีและได้ขึ้นทะเบียนไว้ต่อ
                       ทางราชการเป็น ผู้ตรวจสอบ บัญชีของสมาคม

หมวดที่ ๔

การประชุม


          ข้อ ๒๕. ให้คณะกรรมการบริหาร จัดให้มีการประชุมใหญ่  ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี ให้คณะกรรมการ
                      บริหารแถลงกิจการ ที่ดำเนินมาในรอบปีให้สมาชิกทราบ

          ข้อ ๒๖  การประชุมใหญ่สามัญ  ต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า ๑ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
                      หรือ อย่างน้อย  ๓๐ คน จึงจะถือเป็นครบองค์ประชุม โดยนายกสมาคม จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน

          ข้อ ๒๗  ในกรณีจำเป็นหรือรีบด่วน  สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔  ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด 
                      อาจเข้าชื่อ ร่วมกันร้อง   ขอให้เปิดประชุมวิสามัญ  เสนอผ่านเลขานุการถึงนายกสมาคม  และนายกสมาคม
                      จะต้องเรียกประชุม  วิสามัญตามคำร้อง  ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

          ข้อ ๒๘  ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารอย่างน้อยทุก ๓ เดือนต่อครั้ง  เพื่อพิจารณาการดำเนินกิจการของสมาคม
                      ในกรณี  จำเป็นนายกสมาคม  อาจเรียกประชุมพิเศษได้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนี้
                      ต้องมีกรรมการเข้าประชุมเกินกว่า ครึ่งหนึ่ง  จึงจะครบองค์ประชุม

          ข้อ ๒๙  การออกเสียงลงมติในการประชุมใหญ่  หรือการประชุมคณะกรรมการบริหาร  ให้ลงมติโดยเปิดเผย
                      เว้นแต่ที่ประชุมมีมติ   ให้ออกเสียงโดยวิธีลับ  และในการออกเสียงให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนสมาชิก
                     หรือกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมหาก   คะแนนเสียงเท่ากันให้นายกสมาคม  ออกเสียงเพิ่มอีก ๑
                     เสียงเป็นการชี้ขาด

          ข้อ ๓๐  การประชุมใหญ่  และการประชุมคณะกรรมการบริหาร ให้เลขานุการจัดให้มีเจ้าหน้าที่บันทึกการประชุม
                     ไว้ทุกครั้ง  และเสนอต่อที่ประชุมครั้งต่อไป

หมวดที่ ๕

 การเงินและทรัพย์สิน

           ข้อ ๓๑.  รายได้ของสมาคม  ได้จาก
                  ๓๑.๑  ค่าลงทะเบียนสมาชิก
                  ๓๑.๒  ค่าบำรุงของสมาชิก
                  ๓๑.๓  เงินบริจาคจากบุคคล  หรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่มีเงื่อนไข
                  ๓๑.๔  เงินรายได้จากในทางอื่น ๆ

          ข้อ ๓๒  การเงินสมาคมเป็นการเปิดเผย  บรรดารายรับ  รายจ่ายต่าง ๆ ต้องมีหลักฐาน
                     ให้เหรัญญิกจัดทำงบการเงินทุกปีโดยให้ ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบและรับรอง
                     แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคม  เพื่อพิจารณาและอนุมัติ

หมวดที่ ๖

 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ

          ข้อที่ ๓๓. ข้อบังคับนี้  อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยมติที่ประชุมใหญ่  โดยมีคะแนนเสียง ๒ ใน ๓
                      ของสมาชิกสามัญ   ที่เข้าประชุมใหญ่


หมวดที่ ๗

 การเลิกสมาคม

          ข้อที่ ๓๔. สมาคมนี้ย่อมเลิมได้  โดยมติที่ประชุมใหญ่ให้เลิก  ด้วยคะแนนเสียง ๓ ใน ๔  ของจำนวนสมาชิกสามัญ
                        ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

         ข้อที่ ๓๕. เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก ต้องจัดให้มีการชำระบัญชีเมื่อทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด
                       ให้ทรัพย์สิน นั้นตกเป็นของ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

grape_vine.gif