
พระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว
ทรงมีต่อทหารผ่านศึก
ปี ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ ถือเป็นปีมหามงคลของประชาชนชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ
หรือ ๘๔ พรรษา โดยที่พระองค์ทรงเป็น พระมหากษัตริย์ที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ
นานับปการ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและพสกนิกรอย่างอเนกอนันต์ นำมาซึ่งความ ปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ปวงชน
ชาวไทยทุกหมู่เหล่า
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงรับองค์การฯ เข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๔๙๑ และทรงมีพระราชดำรัสต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการพระราชทานแนวทางในการดำเนินงานสงเคราะห์ ช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัว เพื่อ
เขาเหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทรงมีพระเมตตาและห่วงใยต่อบรรดาทหารหาญ ซึ่งพระองค์ถือว่าเขาเหล่านั้นเป็นด่านแรกที่ยอมสละเลือดเนื้อชีวิตเพื่อปกปักรักษาชาติ
เมื่อครั้ง ยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนเหล่าทหารหาญในพื้นที่อันตราย ไม่เว้นแม้แต่ที่ฐานปฏิบัติการ โดยได้
ทรงนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปพระราชทานถึงที่ แม้ใน ยามที่เขาเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บ พระองค์ก็ยังทรงให้ความ ห่วงใย เสด็จไปเยี่ยมปลอบขวัญถึงโรงพยาบาล
โดยมีพระราชดำรัสพระราชทานกำลังใจให้แก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บพิการ พิการทุพพลภาพ เพื่อมิให้เกิดความย่อท้อ เพราะพระองค์ทรงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพ
ของมนุษย์ว่า แม้จะสูญเสียอวัยวะไป แต่ก็ยังสามารถใช้ความคิด และความสามารถทางสติปัญญาที่มีดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ได้ นับเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารผ่านศึกอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งเมื่อบรรดาทหารหาญเสร็จสิ้นจากภารกิจหน้าที่ในสนาม ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่าง ๆ ให้ตามควรแก่ การปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นการยกย่อง สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจนพิการหรือพิการทุพพลภาพ ก็ยังทรงให้การดูแลอย่าง
ต่อเนื่องผ่านทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูบำบัดทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ ที่กองแพทย์ องค์การ-
สงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อรับผู้ป่วยที่พิการทุพพลภาพจากการรบ และปลดประจำการจากสามเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไว้ดูแลให้การรักษาบำบัดอย่าง
ต่อเนื่อง หรือตลอดชีวิตในกรณีจำเป็น โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. ซึ่งปัจจุบัน
กองแพทย์ดังกล่าว ได้เลื่อนฐานะเป็นโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และมีการให้บริการให้ด้านการรักษาพยาบาลแก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก ตลอดจนประชาชน
ทั่วไป และยังมีภารกิจในการฟื้นฟูบำบัดทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจแก่ทหารผ่านศึกพิการ ทุพพลภาพ มีการจัดทำอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ช่วยสภาพความพิการ
รวมทั้งฝึกอาชีพให้กับทหารผ่านศึก นับได้ว่าโรงพยาบาลทหารผ่านศึกถือกำเนิดมาจากพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่ออดีต
ทหารหาญของชาติอย่างแท้จริง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นอกจากนี้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อทหารผ่านศึก ได้นำมาสู่แนวความคิด ในการกำหนดนโยบายขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
เพื่อพัฒนาการสงเคราะห์ให้เป็นไปอย่างครบวงจรต่อเนื่อง และเป็นระบบ โดยยึดถือตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่องค์การ-
สงเคราะห์ทหารผ่านศึก ความว่า “การสงเคราะห์นั้น ให้สงเคราะห์เพื่อให้เขาช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ใช่ให้เขาตลอด” การให้ความช่วยเหลือขององค์การ ฯ นอกจากจะทำ
ให้เขาเหล่านั้นซึ่งเป็นผู้เคยประกอบคุณความดี เพื่อชาติและประชาชน ได้มีที่อยู่อาศัย มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ
ให้แก่ทหารหาญของชาติ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ และในอนาคต ได้ประจักษ์ว่า “หากชีวิตต้องสิ้นไป ทางราชการก็จะเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูครอบครัวให้มีความสุข
ตลอดไป หรือหากไม่เสียชีวิตแต่ต้องพิการทุพพลภาพ หรือแม้ไม่เป็นอะไรเลย ทางราชการก็ไม่ทอดทิ้ง แต่จะให้การสนับสนุนค้ำจุน และช่วยเหลือดูแลทุกข์สุข
ตามสมควรต่อไป”
![]()